ผลพวงสึนามิ ทำคนป่วยโรค PTSD สูง
ผลพวงสึนามิ ทำคนป่วยโรค PTSD สูง
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- 20 ชั่วโมง 54 นาทีที่แล้ว
หลายคนคงจำกันได้ดี กับวันมหาวิปโยคเช้ามืดหลังฉลองคริสต์มาสเพียง 1 วัน ภัยธรรมชาติได้คร่าชีวิตคนไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนหลายร้อยคน บ้านเรือน ร้านรวงได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมหาศาลผ่านมาเกือบ 5 ปีแล้ว แต่ภาพแห่งความเจ็บปวดยังคงเกาะกินใจของผู้สูญเสียครอบครัวไปกับเหตุการณ์ครั้งนั้นอย่างไม่รู้ลืม
ทุกครั้งที่ลุงถวิล ด้วงใส ชายชราวัย 60 ปี นึกถึงภาพของคนในครอบครัวที่เสียชีวิตทั้งหมดจำนวน 10 คนในคราวเดียวกันจากคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 น้ำตาแห่งความเสียใจยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกครั้งเมื่อมีใครพูดถึงเหตุการณ์วันนั้นถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม จากความสูญเสียในครั้งนั้นมีผลทำให้ลุงถวิลกลายเป็นบุคคลที่ป่วยด้วยโรคเครียดรุนแรงหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือ Postraumatic Stress Disorder หรือ PTSD จนถึงทุกวันนี้
ศ.พญ.นันทิกา ทวิชาชาติ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยระบาดวิทยาการทางจิตเวชและสุขภาพจิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ระบุว่า จากการศึกษาทั่วไปพบว่า โรคเครียดรุนแรงหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือ Postraumatic Stress Disorder หรือ PT SD มีความชุกประมาณร้อยละ 30 และอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2547 ทีมจิตแพทย์ได้ลงพื้นที่เพื่อเยียวยาให้กับผู้ประสบภัย ขณะเดียวกันเกิดคำถามตามมาว่า ทำไมผู้ประสบภัยบางคนถึงป่วยเป็นโรค PTSD ได้
ทำไมบางคนรักษาหายในเวลาอันรวดเร็ว ในขณะที่บางคนทำไมรักษาไม่หาย หรือว่าโรคนี้จะเป็นโรคทางพันธุกรรม ศ.พญ.นันทิกา กล่าวว่า โรคทางด้านจิตใจ อาจมีสาเหตุจากสิ่งแวดล้อมทางสังคมได้ 50% และอีก 50% มาจากพันธุกรรม ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้มีการทำการศึกษาในระยะยาว จึงได้จัดทำเป็นโครงการ "จัดทำฐานข้อมูลสุขภาพจิต และฐานข้อมูลพันธุกรรมของผู้รอดชีวิตจากคลื่นสึนามิในเขต 6 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย" โดยได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ซึมเศร้า จำนวน 353 ราย (ร้อยละ 11.27) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรค PTS D ได้แก่ เพศหญิง อายุ การศึกษา และความเจ็บป่วยทางด้านร่างกายที่มีอยู่เดิม รวมทั้งประวัติการได้รับความกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจมาก่อน ในช่วงที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปี การแก้ไขคือ บุคลิกภาพ ความมั่นใจในการแสดงออก และมีความมั่นคงทางด้านจิตใจ จะเป็นปัจจัยที่จะช่วยในการป้องกันการเกิด PTSD ส่วนการคิดในแง่บวกเป็นอีกหนึ่งกลไกของการแก้ไขปัญหา
ส่วนระยะที่ 2 ได้ดำเนินการตั้งแต่เดือน มิถุนยน-สิงหาคม 2548 เป็นการดำเนินงานต่อเนื่อง จากกลุ่มตัวอย่าง 2,573 ราย พบว่า กลุ่มที่เป็นโรค PTSD เรื้อรัง จำนวน 566 ราย (ร้อยละ 21.6) ในจำนวนนี้เคยมีประวัติ PTSD จำนวน 456 ราย (ร้อยละ 17.72) ในระยะที่ 2 นี้เองได้มีการตรวจเลือด เพื่อเป็นข้อมูลทางพันธุกรรม เช่น ข้อมูลเบื้องต้นของสมาชิกครอบครัวของผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วย ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงข้อมูลในการตั้งครรภ์ ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกบันทึกลงในโปรแกรม C yrillic สำหรับใช้ศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยทางด้านพันธุกรรม ที่สัมพันธ์กับการเกิดโรคต่อไป ทั้งนี้การศึกษาความสัมพันธ์ของรหัสทางพันธุกรรมกับการเกิด PTSD ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนการวิจัยจากทางสถาบันพันธุศาสตร์การแพทย์ริเคน (RIKEN Center for Genomic Medicine) ประเทศญี่ปุ่น โดย Prof. Nakamura Yusuke
สำหรับกลุ่มอาการ PTSD แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มอาการเด่นด้านการย้อนคิดถึงประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้น 2.กลุ่มอาการเด่นด้านการหลีกเลี่ยงประสบการณ์ที่คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้น และ 3.กลุ่มอาการเด่นด้านการตอบสนองทางด้านร่างกายกับประสบการณ์ที่คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้น
ศ.พญ.นันทิกา กล่าวว่า การศึกษาโรคทางจิตที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่นำไปสู่การวินิจฉัยและรักษาโรคที่แม่นยำขึ้น รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการรักษาและการค้นหาตัวยาใหม่ๆ ในอนาคต ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
การดูแลผู้ป่วยทางจิตนอกจากการใช้ยาในการบำบัดแล้ว การเยียวยาทางจิตใจ และความเข้าใจของคนในครอบครัวจะเป็นยาที่ดีสำหรับผู้ป่วยPTSD
ศ.พญ.นันทิกา ทวิชาชาติ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยระบาดวิทยาการทางจิตเวชและสุขภาพจิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ระบุว่า จากการศึกษาทั่วไปพบว่า โรคเครียดรุนแรงหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือ Postraumatic Stress Disorder หรือ PT SD มีความชุกประมาณร้อยละ 30 และอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2547 ทีมจิตแพทย์ได้ลงพื้นที่เพื่อเยียวยาให้กับผู้ประสบภัย ขณะเดียวกันเกิดคำถามตามมาว่า ทำไมผู้ประสบภัยบางคนถึงป่วยเป็นโรค PTSD ได้
ทำไมบางคนรักษาหายในเวลาอันรวดเร็ว ในขณะที่บางคนทำไมรักษาไม่หาย หรือว่าโรคนี้จะเป็นโรคทางพันธุกรรม ศ.พญ.นันทิกา กล่าวว่า โรคทางด้านจิตใจ อาจมีสาเหตุจากสิ่งแวดล้อมทางสังคมได้ 50% และอีก 50% มาจากพันธุกรรม ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้มีการทำการศึกษาในระยะยาว จึงได้จัดทำเป็นโครงการ "จัดทำฐานข้อมูลสุขภาพจิต และฐานข้อมูลพันธุกรรมของผู้รอดชีวิตจากคลื่นสึนามิในเขต 6 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย" โดยได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ซึมเศร้า จำนวน 353 ราย (ร้อยละ 11.27) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรค PTS D ได้แก่ เพศหญิง อายุ การศึกษา และความเจ็บป่วยทางด้านร่างกายที่มีอยู่เดิม รวมทั้งประวัติการได้รับความกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจมาก่อน ในช่วงที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปี การแก้ไขคือ บุคลิกภาพ ความมั่นใจในการแสดงออก และมีความมั่นคงทางด้านจิตใจ จะเป็นปัจจัยที่จะช่วยในการป้องกันการเกิด PTSD ส่วนการคิดในแง่บวกเป็นอีกหนึ่งกลไกของการแก้ไขปัญหา
ส่วนระยะที่ 2 ได้ดำเนินการตั้งแต่เดือน มิถุนยน-สิงหาคม 2548 เป็นการดำเนินงานต่อเนื่อง จากกลุ่มตัวอย่าง 2,573 ราย พบว่า กลุ่มที่เป็นโรค PTSD เรื้อรัง จำนวน 566 ราย (ร้อยละ 21.6) ในจำนวนนี้เคยมีประวัติ PTSD จำนวน 456 ราย (ร้อยละ 17.72) ในระยะที่ 2 นี้เองได้มีการตรวจเลือด เพื่อเป็นข้อมูลทางพันธุกรรม เช่น ข้อมูลเบื้องต้นของสมาชิกครอบครัวของผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วย ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงข้อมูลในการตั้งครรภ์ ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกบันทึกลงในโปรแกรม C yrillic สำหรับใช้ศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยทางด้านพันธุกรรม ที่สัมพันธ์กับการเกิดโรคต่อไป ทั้งนี้การศึกษาความสัมพันธ์ของรหัสทางพันธุกรรมกับการเกิด PTSD ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนการวิจัยจากทางสถาบันพันธุศาสตร์การแพทย์ริเคน (RIKEN Center for Genomic Medicine) ประเทศญี่ปุ่น โดย Prof. Nakamura Yusuke
สำหรับกลุ่มอาการ PTSD แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มอาการเด่นด้านการย้อนคิดถึงประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้น 2.กลุ่มอาการเด่นด้านการหลีกเลี่ยงประสบการณ์ที่คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้น และ 3.กลุ่มอาการเด่นด้านการตอบสนองทางด้านร่างกายกับประสบการณ์ที่คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้น
ศ.พญ.นันทิกา กล่าวว่า การศึกษาโรคทางจิตที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่นำไปสู่การวินิจฉัยและรักษาโรคที่แม่นยำขึ้น รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการรักษาและการค้นหาตัวยาใหม่ๆ ในอนาคต ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
การดูแลผู้ป่วยทางจิตนอกจากการใช้ยาในการบำบัดแล้ว การเยียวยาทางจิตใจ และความเข้าใจของคนในครอบครัวจะเป็นยาที่ดีสำหรับผู้ป่วยPTSD
Post By admin Comments (0) View (62) 2009-12-28 00:30:03
หาเพื่อนมีสุข




