มติสมัชชาสุขภาพฯ เสนอ 11 แพ็กเกจ กู้วิกฤติสุขภาพคนไทย
มติสมัชชาสุขภาพฯ เสนอ 11 แพ็กเกจ กู้วิกฤติสุขภาพคนไทย
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- 20 ชั่วโมง 53 นาทีที่แล้ว
ฉันทามติ 180 กลุ่มเครือข่ายสมัชชาสุขภาพทั่วประเทศ ปักธงชีวิตคนต้องมาก่อนเงิน ชี้ต้องปรับทิศทางการพัฒนาประเทศและสร้าง "บรรทัดฐานใหม่ทางนโยบาย" ที่ให้ความสำคัญของสุขภาวะคนไทยและเปิดให้คนไทยมีส่วนร่วมเขียน "แผนที่ชีวิต"ของตนบนฐานคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน
เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.52 ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน ซึ่งจัดประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 พ.ศ.2552 ได้พิจารณาร่างระเบียบวาระการประชุม จำนวน 11 เรื่องใหม่ และอีก 1 เรื่องเป็นการติดตามความคืบหน้าจากปีก่อน
น.พ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานกรรมการ จัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ(คจสช.) กล่าวว่า วิกฤติซ้อนวิกฤติที่กำลังถาโถมสู่สังคมไทยล้วนมีต้นตอของปัญหาร่วมกัน คือ ทิศทางการพัฒนาประเทศที่วิ่งตามกระแสบริโภคและหลงใหลอยู่กับตัวเลขทางเศรษฐกิจ จนเกิดผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างมากมาย ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 2,000 คน จึงมีฉันทามติให้เสนอและจะร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนข้อเสนอทางนโยบาย 11 เรื่องใหญ่เพื่อกอบกู้ปัญหาต่างๆ โดยมีแผนดำเนินการเชิงรุกที่จะทำให้ข้อเสนอ 11 เรื่องนี้ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม
"ทั้ง 11 ข้อเสนอ เป็นของ 180 เครือข่ายที่มีส่วนร่วมกันตั้งแต่การกำหนดระเบียบวาระ ที่กลุ่มเครือข่ายเสนอและคัดเลือกประเด็นที่เป็นปัญหาใหญ่ จาก 115 เรื่อง เหลือ 11 เรื่อง ซึ่งมีข้อมูล หลักฐาน ทั้งทางวิชาการและสภาพปัญหาจริงที่เกิดขึ้นกับประชาชนและชุมชนไทย
สำหรับประเด็นการส่งเสริมการขายยาที่ขาดจริยธรรมนั้น ปัญหาคือบริษัทยาคิดรูปแบบการส่งเสริมการขายที่ทำให้เข้าใจผิด และซื้อใจหมอให้สั่งยาเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทยามากกว่าผลประโยชน์ของคนไข้ ก็จะนำมาซึ่งความตกต่ำในเกียรติและศักดิ์ศรีในวิชาชีพ และประชาชนคือผู้รับเคราะห์เพราะอาจต้องใช้ยาเกินความจำเป็นและประเทศชาติก็สูญเสียเงินค่ายาเพิ่มขึ้นทุกปีจนค่าใช้จ่ายเรื่องยามีมูลค่าเป็นแสนล้านบาทต่อปี สมัชชาสุขภาพฯ มีมติให้ออกกฎหมายห้ามบริษัทพาหมอเดินทางไปต่างประเทศ และให้บริษัทยาเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดว่าบริษัทต้องออกค่าใช้จ่ายให้กับหมอในการเดินทางไปประชุมต่างประเทศ หรือซื้อของขวัญให้กับหมออย่างไร ซึ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีกฎหมายนี้อยู่ ส่วนแผนพัฒนาภาคใต้ ที่ประชุมฯ มีมติให้ ทบทวนแผนพัฒนาทั้งหมดที่มุ่งแต่ต้องการเงินเป็นหลัก และปรับเปลี่ยนมาเป็นให้คนภาคใต้มีส่วนร่วมในแผนพัฒนาที่ยั่งยืน รักษาทรัพยากร วิถีชีวิตของคนใต้เอาไว้"
ขยะอันตรายซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในอนาคต สมัชชาสุขภาพเสนอให้มีมาตรการที่กำหนดให้บริษัทผู้ผลิตรับผิดชอบการกำจัดขยะเหล่านี้ โดยรับคืนซากผลิตภัณฑ์และสนับสนุนให้บริษัทเอกชนออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ปัญหาการบริโภคแอลกอฮอล์ซึ่งกำลังมีการทำการตลาดเชิงรุกทุกรูปแบบกับกลุ่มคนที่เปราะบางและสุ่มเสี่ยงคือกลุ่มวัยรุ่น สมัชชาสุขภาพฯ มีมติให้ขึ้นภาษีสุรามากขึ้นจากที่เป็นอยู่ และให้กำหนดระดับปริมาณเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ในเลือด ให้น้อยกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ในกลุ่มคนทั่วไป ส่วนเด็กเยาวชนหรือคนขับหน้าใหม่ จะมีการกำหนดในอนาคตซึ่งอาจน้อยกว่า 10 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ คนขับรถสาธารณะ เช่น แท็กซี่ รถเมล์ รถไฟ จะต้องไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเลย
นอกจากนี้ยังมีปัญหาโรคอ้วน ซึ่งคนไทยรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่มากเกินไป ดังนั้นที่ประชุมสมัชชาสุขภาพฯ จึงมีมติให้คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดให้อาหารเหล่านี้เป็นอันตราย โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และ เกลือสูง ให้เป็นอาหารควบคุม ซึ่งจะได้มีการควบคุมฉลากและการโฆษณาต่อไป
กรณีแพทย์แผนไทย จะต้องมีการส่งเสริมอย่างจริงจัง ต้องมีพระราชกำหนดวิชาชีพแพทย์แผนไทย มีสภาวิชาชีพแพทย์แผนไทยเช่นเดียวกับสภาวิชาชีพแพทย์ เภสัชกร และในกรณีของผู้สูงอายุ ซึ่งรัฐบาลได้จัดเบี้ยเลี้ยงยังชีพให้เดือนละ 500 บาท เป็นแนวคิดที่ดี แต่สมัชชาสุขภาพฯ ต้องการให้รัฐบาลอุดหนุนเพิ่มให้กับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงโดยได้รับเงินยังชีพเดือนละ 1,140 บาทเพื่อให้คนจนอยู่ได้ การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิเพื่อการเข้าถึงระบบบริการที่มีคุณภาพ ประชุมสมัชชาสุขภาพฯ มีมติให้ประชาชนทุกคนหรือทุกครัวเรือนต้องมีแพทย์ประจำตัวและประจำครอบครัว รู้ข้อมูลของเราหมด โรคติดต่ออุบัติใหม่ ที่เกิดขึ้นเสมอ นั้นจะให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการเองไม่ได้ เพราะเรื่องพวกนี้มาจากสัตว์และการค้าก็มี ต้องมีกรรมการระดับชาติ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่นายกฯ เป็นประธาน ตั้งกลไกระดับชาติขึ้นมา บนพื้นฐานสุขภาพเดียวสำหรับทุกคน การศึกษาต้องมาดูแลสุขภาพด้วย
การแก้อุบัติเหตุทางถนน ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพฯ มีมติให้ลดอัตราการเสียชีวิตและอุบัติเหตุลง โดยกำหนดให้ลดจำนวนผู้เสียชีวิตและการเกิดอุบัติเหตุลงอย่างน้อยร้อยละ 50 ภายในระยะเวลา 10 ปี และสำหรับการพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมเพื่อสุขภาวะของเด็กและเยาวชน ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เร่งรัดการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมครอบครัว และแต่งตั้งคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยกระทรวงที่เกี่ยวข้อง องค์กรอิสระที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงตัวแทนเด็กและเยาวชนจากสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
น.พ.สุวิทย์ กล่าวอีกว่า ระเบียบวาระทั้ง 11 ประเด็น ได้รับการเสนอและคัดสรรจากภาคีเครือข่าย 180 กลุ่ม ก่อนจะถึงสมัชชาสุขภาพฯ มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นทุกจังหวัดและเฉพาะกลุ่มทั่วประเทศ โดย คจสช.ได้ประสานงานลงพื้นที่หาข้อมูลอย่างครบถ้วนมาเกือบ 1 ปี ข้อสรุปหรือมติของที่ประชุมเป็นนโยบายสาธารณะและมีกระบวนการขับเคลื่อน ติดตาม และเชื่อมโยงกับปีหน้าและปีต่อๆ ไป ดังนั้น จึงไม่ใช่เป็นเพียงเอกสารวิชาการหรือหนังสือร้องเรียนจำนวน 11 เล่ม แต่คือ "แผนที่ชีวิตคนไทย" ที่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ มีหลักฐานสนับสนุน และที่สำคัญที่สุดคือมีเจตนาบริสุทธิ์เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทิศทางที่ถูกต้อง
ด้าน น.พ.อำพล จินดาวัฒนะเลขาธิการคณะ กรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) กล่าวว่า สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เป็นกลไกเชื่อมโยงเพื่อให้เกิดนโยบายสาธารณะที่ทุกคนมีส่วนร่วม โดยชูสุขภาวะของคนไทยเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องถือว่าเป็นความท้าทายต่อสังคมไทยทั้งสังคมว่า เรากำลังจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้เกิดขึ้น ในแง่ของกระบวนการออกนโยบายที่ต้องดำเนินตามวิถีประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมมากขึ้น เสียงของสมัชชาสุขภาพกำลังส่งสัญญาณว่าทิศทางการพัฒนานั้นต้องเอาชีวิตเลือดเนื้อและศักดิ์ศรีของคนเป็นหลัก แทนที่จะมุ่งให้ความสำคัญกับเงินจนเกิดผลกระทบกับชีวิตคน
น.พ.อำพล กล่าวอีกว่า สมัชชาสุขภาพนั้นเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องไม่ใช่มาประชุมปีละครั้งแล้วจบกันไป ผลจากการดำเนินงานของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในปี 2551 ที่เห็นเป็นรูปธรรมคือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมชัดเจนก็คือการเข้าไปเชื่อมและหนุนให้กลุ่มองค์กรภาควิชาการ ภาคประชาสังคมและประชาชนในพื้นจังหวัดระยองที่ต่อสู้เรื่องนี้มาอย่างยาวนาน ได้จัดสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นที่ได้รับผลกระทบจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และร่วมกันหาข้อมูลสนับสนุนครบถ้วน เกิดการกำหนดหลักเกณฑ์ว่า นอกจากประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการต่างๆ ต้องผ่านการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพด้วย และสนับสนุนการขับเคลื่อนข้อเสนอต่างๆ จนกระบวนการยุติธรรมสั่งระงับ 76 โครงการที่จะดำเนินการไว้ก่อน ดังเป็นที่รับรู้กันอยู่ในขณะนี้
"เมื่อคนใต้เห็นกรณีตัวอย่างของมาบตาพุด จึงเห็นว่าสมัชชาสุขภาพสามารถเป็นช่องทางที่จะนำเสนอความห่วงใยและกังวลใจต่ออนาคตของตัวเองและลูกหลานต่อสาธารณชน และสามารถร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะระดับประเทศได้ ดังนั้น ในปีนี้เครือข่ายภาคใต้จึงเสนอประเด็นแผนพัฒนาภาคใต้ฯ และได้ใช้กระบวนการสมัชชาในพื้นที่จนมาถึงสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งฉันทามติของที่ประชุมแห่งนี้ เสนอให้รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี พิจารณามอบหมายให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทบทวนร่างแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืนและแผนพัฒนาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทบทวนแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้ เนื่องจากไม่ต้องการให้ซ้ำรอยมาบตาพุด นี่คือกระบวนการเรียนรู้ของสังคมครั้งใหญ่ว่าเรื่องการกำหนดนโยบายสาธารณะไม่ใช่เรื่องไกลตัวชาวบ้านอีกต่อไป เพราะมีพื้นที่การมีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตยที่มีกฎหมายรองรับเป็นทางเลือกในการขับเคลื่อนและร่วมกำหนดนโยบายได้จริง" ในเวทีนี้ได้ร่วมกันเสนอทิศทางการพัฒนาประเทศโดยผ่านแผนพัฒนาภาคใต้ไปยังรัฐบาลโดยตรง และอยากเห็นแผนพัฒนาภาคอื่นๆเป็นเช่นนี้ด้วย ทำให้หันกลับมามองว่าถึงจุดที่ประเทศไทยต้องปรับเปลี่ยนแนวทางพัฒนาประเทศที่เห็นแต่เรื่องเงินมาสู่การเห็นแก่สุขภาวะที่ดีของคนไทยแล้วหรือไม่ขอฝากว่าสมัชชาสุขภาพเป็นเพียงขบวนการสานพลังที่จะชักชวนทุกส่วนให้เข้ามาร่วมพัฒนานโยบายสาธารณะที่เป็นประโยชน์และเราพร้อมที่จะสนับสนุนสมัชชาในทุกพื้นที่
บรรยายใต้ภาพ
น.พ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ
น.พ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานกรรมการ จัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ(คจสช.) กล่าวว่า วิกฤติซ้อนวิกฤติที่กำลังถาโถมสู่สังคมไทยล้วนมีต้นตอของปัญหาร่วมกัน คือ ทิศทางการพัฒนาประเทศที่วิ่งตามกระแสบริโภคและหลงใหลอยู่กับตัวเลขทางเศรษฐกิจ จนเกิดผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างมากมาย ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 2,000 คน จึงมีฉันทามติให้เสนอและจะร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนข้อเสนอทางนโยบาย 11 เรื่องใหญ่เพื่อกอบกู้ปัญหาต่างๆ โดยมีแผนดำเนินการเชิงรุกที่จะทำให้ข้อเสนอ 11 เรื่องนี้ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม
"ทั้ง 11 ข้อเสนอ เป็นของ 180 เครือข่ายที่มีส่วนร่วมกันตั้งแต่การกำหนดระเบียบวาระ ที่กลุ่มเครือข่ายเสนอและคัดเลือกประเด็นที่เป็นปัญหาใหญ่ จาก 115 เรื่อง เหลือ 11 เรื่อง ซึ่งมีข้อมูล หลักฐาน ทั้งทางวิชาการและสภาพปัญหาจริงที่เกิดขึ้นกับประชาชนและชุมชนไทย
สำหรับประเด็นการส่งเสริมการขายยาที่ขาดจริยธรรมนั้น ปัญหาคือบริษัทยาคิดรูปแบบการส่งเสริมการขายที่ทำให้เข้าใจผิด และซื้อใจหมอให้สั่งยาเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทยามากกว่าผลประโยชน์ของคนไข้ ก็จะนำมาซึ่งความตกต่ำในเกียรติและศักดิ์ศรีในวิชาชีพ และประชาชนคือผู้รับเคราะห์เพราะอาจต้องใช้ยาเกินความจำเป็นและประเทศชาติก็สูญเสียเงินค่ายาเพิ่มขึ้นทุกปีจนค่าใช้จ่ายเรื่องยามีมูลค่าเป็นแสนล้านบาทต่อปี สมัชชาสุขภาพฯ มีมติให้ออกกฎหมายห้ามบริษัทพาหมอเดินทางไปต่างประเทศ และให้บริษัทยาเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดว่าบริษัทต้องออกค่าใช้จ่ายให้กับหมอในการเดินทางไปประชุมต่างประเทศ หรือซื้อของขวัญให้กับหมออย่างไร ซึ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีกฎหมายนี้อยู่ ส่วนแผนพัฒนาภาคใต้ ที่ประชุมฯ มีมติให้ ทบทวนแผนพัฒนาทั้งหมดที่มุ่งแต่ต้องการเงินเป็นหลัก และปรับเปลี่ยนมาเป็นให้คนภาคใต้มีส่วนร่วมในแผนพัฒนาที่ยั่งยืน รักษาทรัพยากร วิถีชีวิตของคนใต้เอาไว้"
ขยะอันตรายซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในอนาคต สมัชชาสุขภาพเสนอให้มีมาตรการที่กำหนดให้บริษัทผู้ผลิตรับผิดชอบการกำจัดขยะเหล่านี้ โดยรับคืนซากผลิตภัณฑ์และสนับสนุนให้บริษัทเอกชนออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ปัญหาการบริโภคแอลกอฮอล์ซึ่งกำลังมีการทำการตลาดเชิงรุกทุกรูปแบบกับกลุ่มคนที่เปราะบางและสุ่มเสี่ยงคือกลุ่มวัยรุ่น สมัชชาสุขภาพฯ มีมติให้ขึ้นภาษีสุรามากขึ้นจากที่เป็นอยู่ และให้กำหนดระดับปริมาณเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ในเลือด ให้น้อยกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ในกลุ่มคนทั่วไป ส่วนเด็กเยาวชนหรือคนขับหน้าใหม่ จะมีการกำหนดในอนาคตซึ่งอาจน้อยกว่า 10 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ คนขับรถสาธารณะ เช่น แท็กซี่ รถเมล์ รถไฟ จะต้องไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเลย
นอกจากนี้ยังมีปัญหาโรคอ้วน ซึ่งคนไทยรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่มากเกินไป ดังนั้นที่ประชุมสมัชชาสุขภาพฯ จึงมีมติให้คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดให้อาหารเหล่านี้เป็นอันตราย โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และ เกลือสูง ให้เป็นอาหารควบคุม ซึ่งจะได้มีการควบคุมฉลากและการโฆษณาต่อไป
กรณีแพทย์แผนไทย จะต้องมีการส่งเสริมอย่างจริงจัง ต้องมีพระราชกำหนดวิชาชีพแพทย์แผนไทย มีสภาวิชาชีพแพทย์แผนไทยเช่นเดียวกับสภาวิชาชีพแพทย์ เภสัชกร และในกรณีของผู้สูงอายุ ซึ่งรัฐบาลได้จัดเบี้ยเลี้ยงยังชีพให้เดือนละ 500 บาท เป็นแนวคิดที่ดี แต่สมัชชาสุขภาพฯ ต้องการให้รัฐบาลอุดหนุนเพิ่มให้กับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงโดยได้รับเงินยังชีพเดือนละ 1,140 บาทเพื่อให้คนจนอยู่ได้ การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิเพื่อการเข้าถึงระบบบริการที่มีคุณภาพ ประชุมสมัชชาสุขภาพฯ มีมติให้ประชาชนทุกคนหรือทุกครัวเรือนต้องมีแพทย์ประจำตัวและประจำครอบครัว รู้ข้อมูลของเราหมด โรคติดต่ออุบัติใหม่ ที่เกิดขึ้นเสมอ นั้นจะให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการเองไม่ได้ เพราะเรื่องพวกนี้มาจากสัตว์และการค้าก็มี ต้องมีกรรมการระดับชาติ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่นายกฯ เป็นประธาน ตั้งกลไกระดับชาติขึ้นมา บนพื้นฐานสุขภาพเดียวสำหรับทุกคน การศึกษาต้องมาดูแลสุขภาพด้วย
การแก้อุบัติเหตุทางถนน ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพฯ มีมติให้ลดอัตราการเสียชีวิตและอุบัติเหตุลง โดยกำหนดให้ลดจำนวนผู้เสียชีวิตและการเกิดอุบัติเหตุลงอย่างน้อยร้อยละ 50 ภายในระยะเวลา 10 ปี และสำหรับการพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมเพื่อสุขภาวะของเด็กและเยาวชน ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เร่งรัดการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมครอบครัว และแต่งตั้งคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยกระทรวงที่เกี่ยวข้อง องค์กรอิสระที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงตัวแทนเด็กและเยาวชนจากสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
น.พ.สุวิทย์ กล่าวอีกว่า ระเบียบวาระทั้ง 11 ประเด็น ได้รับการเสนอและคัดสรรจากภาคีเครือข่าย 180 กลุ่ม ก่อนจะถึงสมัชชาสุขภาพฯ มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นทุกจังหวัดและเฉพาะกลุ่มทั่วประเทศ โดย คจสช.ได้ประสานงานลงพื้นที่หาข้อมูลอย่างครบถ้วนมาเกือบ 1 ปี ข้อสรุปหรือมติของที่ประชุมเป็นนโยบายสาธารณะและมีกระบวนการขับเคลื่อน ติดตาม และเชื่อมโยงกับปีหน้าและปีต่อๆ ไป ดังนั้น จึงไม่ใช่เป็นเพียงเอกสารวิชาการหรือหนังสือร้องเรียนจำนวน 11 เล่ม แต่คือ "แผนที่ชีวิตคนไทย" ที่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ มีหลักฐานสนับสนุน และที่สำคัญที่สุดคือมีเจตนาบริสุทธิ์เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทิศทางที่ถูกต้อง
ด้าน น.พ.อำพล จินดาวัฒนะเลขาธิการคณะ กรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) กล่าวว่า สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เป็นกลไกเชื่อมโยงเพื่อให้เกิดนโยบายสาธารณะที่ทุกคนมีส่วนร่วม โดยชูสุขภาวะของคนไทยเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องถือว่าเป็นความท้าทายต่อสังคมไทยทั้งสังคมว่า เรากำลังจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้เกิดขึ้น ในแง่ของกระบวนการออกนโยบายที่ต้องดำเนินตามวิถีประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมมากขึ้น เสียงของสมัชชาสุขภาพกำลังส่งสัญญาณว่าทิศทางการพัฒนานั้นต้องเอาชีวิตเลือดเนื้อและศักดิ์ศรีของคนเป็นหลัก แทนที่จะมุ่งให้ความสำคัญกับเงินจนเกิดผลกระทบกับชีวิตคน
น.พ.อำพล กล่าวอีกว่า สมัชชาสุขภาพนั้นเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องไม่ใช่มาประชุมปีละครั้งแล้วจบกันไป ผลจากการดำเนินงานของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในปี 2551 ที่เห็นเป็นรูปธรรมคือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมชัดเจนก็คือการเข้าไปเชื่อมและหนุนให้กลุ่มองค์กรภาควิชาการ ภาคประชาสังคมและประชาชนในพื้นจังหวัดระยองที่ต่อสู้เรื่องนี้มาอย่างยาวนาน ได้จัดสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นที่ได้รับผลกระทบจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และร่วมกันหาข้อมูลสนับสนุนครบถ้วน เกิดการกำหนดหลักเกณฑ์ว่า นอกจากประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการต่างๆ ต้องผ่านการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพด้วย และสนับสนุนการขับเคลื่อนข้อเสนอต่างๆ จนกระบวนการยุติธรรมสั่งระงับ 76 โครงการที่จะดำเนินการไว้ก่อน ดังเป็นที่รับรู้กันอยู่ในขณะนี้
"เมื่อคนใต้เห็นกรณีตัวอย่างของมาบตาพุด จึงเห็นว่าสมัชชาสุขภาพสามารถเป็นช่องทางที่จะนำเสนอความห่วงใยและกังวลใจต่ออนาคตของตัวเองและลูกหลานต่อสาธารณชน และสามารถร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะระดับประเทศได้ ดังนั้น ในปีนี้เครือข่ายภาคใต้จึงเสนอประเด็นแผนพัฒนาภาคใต้ฯ และได้ใช้กระบวนการสมัชชาในพื้นที่จนมาถึงสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งฉันทามติของที่ประชุมแห่งนี้ เสนอให้รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี พิจารณามอบหมายให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทบทวนร่างแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืนและแผนพัฒนาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทบทวนแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้ เนื่องจากไม่ต้องการให้ซ้ำรอยมาบตาพุด นี่คือกระบวนการเรียนรู้ของสังคมครั้งใหญ่ว่าเรื่องการกำหนดนโยบายสาธารณะไม่ใช่เรื่องไกลตัวชาวบ้านอีกต่อไป เพราะมีพื้นที่การมีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตยที่มีกฎหมายรองรับเป็นทางเลือกในการขับเคลื่อนและร่วมกำหนดนโยบายได้จริง" ในเวทีนี้ได้ร่วมกันเสนอทิศทางการพัฒนาประเทศโดยผ่านแผนพัฒนาภาคใต้ไปยังรัฐบาลโดยตรง และอยากเห็นแผนพัฒนาภาคอื่นๆเป็นเช่นนี้ด้วย ทำให้หันกลับมามองว่าถึงจุดที่ประเทศไทยต้องปรับเปลี่ยนแนวทางพัฒนาประเทศที่เห็นแต่เรื่องเงินมาสู่การเห็นแก่สุขภาวะที่ดีของคนไทยแล้วหรือไม่ขอฝากว่าสมัชชาสุขภาพเป็นเพียงขบวนการสานพลังที่จะชักชวนทุกส่วนให้เข้ามาร่วมพัฒนานโยบายสาธารณะที่เป็นประโยชน์และเราพร้อมที่จะสนับสนุนสมัชชาในทุกพื้นที่
บรรยายใต้ภาพ
น.พ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ
Post By admin Comments (0) View (66) 2009-12-28 00:30:03
หาเพื่อนมีสุข




