'บูลด็อก'มดแดงจอมดุแห่งออสเตรเลีย
'บูลด็อก'มดแดงจอมดุแห่งออสเตรเลีย
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- 20 ชั่วโมง 38 นาทีที่แล้ว
มดที่กล่าวข้างต้นนี้ก็คือ มดบูลด็อก (ที่มดชนิดนี้ได้ชื่อเช่นนี้ก็คงเพราะดุร้ายและมีเขี้ยวโง้ง ท่าทางน่ากลัวเหมือนสุนัขพันธุ์บูล ด็อกนั่นเอง) มดบูลด็อกจะ อ ยู่รวมกันเป็นฝูงในรังใต้ดินตามบริเวณดินทราย ซึ่งจะสังเกตเห็นเป็นแบบจอมปลวก และถ้าใครไปตอแยมันใกล้ๆ ก็จะมีมดทหารเข้ามากัดทันที มันก็เหมือนมดทั่วๆ ไปคือ ยอมตายโดยกัดไม่ยอมปล่อย แต่มดบูลด็อกร้ายกาจยิ่งกว่ามดอื่นคือ มีเขี้ยวใช้กัดแล้ว ที่ก้นยังมีเหล็กในแบบผึ้งต่อยด้วย
พิษของมดบูลด็อกก็ร้ายแรงไม่ใช่น้อย บางคนถูกมันกัดเข้าถึงกับเป็นไข้ไป 10 วัน...กล่าวกันว่าเด็กหรือคนบางคนอาจเป็นอันตรายถึงตายได้ ถ้าหากถูกบูลด็อกกัด-ต่อยอย่างจังสัก 30 ตัว! มดบูลด็อกรัง หนึ่งจะมีมดประมาณ 200-300 ตัว มีความเป็นอยู่แบบสังคมนิยม เช่นเดียวกับสัตว์จำพวกแมลงที่อยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนทั่วไป คือต่างตัวต่างทำงานของตน ซึ่งมิใช่ถูก บังคับ แต่เป็นไปตามธรรมชาติ โดยมีทั้ง มดแรงงาน, มดทหาร, มดพยาบาล และ มดซึ่งเป็นแกนหัวใจของรัง คือ นางพญามด หรือมดตัวเมียนั่นเอง
นางพญามด มีหน้าที่ออกไข่ เพื่อเพิ่มจำนวนมดในรังให้มากขึ้น ซึ่งนอกจากนี้ยังมีมดตัวเมียเหมือนกัน แต่ยังไม่เข้าระดับเป็นนางพญา
ในปีหนึ่งๆ จะมี มดตัวผู้ เกิดมาสัก 2-3 ตัว ซึ่งมดตัวผู้นี้ดูแทบจะไม่มีค่าเอาเสียเลย มันจะมีโอกาสแย่งชิงกันจนเหลือเพียงตัวเดียวที่ได้ผสมพันธุ์กับนางพญาในรัง เมื่อมันได้ผสมพันธุ์แล้วมดตัวผู้ก็จะแห้งตายไป นางพญามดก็จะงอกปีกบินออกไปหาที่ใหม่แล้วซุกตัวอยู่ใต้ดินออกไข่ จนกว่ามีรังใหญ่เป็นอาณาจักรต่อไป
นางพญามดจะมีรูปร่างมหึมากว่ามดแรงงาน มันจะอยู่ในห้องโถง และออกไข่ทุกๆ ชั่วโมง โดยทะนุถนอม...ไข่ใบเล็กๆ สีขาวๆ จะถูกลำเลียงไปไว้ในห้องที่ขุดอุโมงค์เจาะถึงกัน ซึ่งจะมี มดพยาบาล ตัวขนาดย่อมคอยเฝ้าโยงดูแลอยู่แล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่าในรังเก็บไข่ของมดจะมีราบางชนิดขึ้น ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นการขับสารเคมีบางอย่างในตัวมดพยาบาลทำให้เกิดมีรา ซึ่งรานี้อาจมีผลในการฟักตัวของลูกมด คือช่วยรักษาอุณหภูมิและดูดความชื้นได้ มดพยาบาลไม่เอาไข่ไปไว้เฉยๆ แต่มันมีหน้าที่อีกอย่างคือคอยลำเลียงไข่ย้ายไปย้ายมาเพื่อให้ไข่ได้รับอุณหภูมิและการถ่ายเทของอากาศ
ไข่อ่อนของพวกมดบูลด็อกจะฟักเป็นตัว มีลักษณะเหมือนหนอน คือมีหัวแต่ไม่มีลูกตา จึงเป็นหน้าที่ของมดแรงงานที่จะต้องนำอาหารมาป้อน คืออาหารพวกแมลงหรืออาหารที่เป็นเนื้อ
มดบูลด็อกผิดกับมดชนิดอื่นที่มักขวนขวายหาอาหารและเสบียงเตรียมไว้ให้ลูกอ่อน แต่มดบูลด็อกจะไม่หาอาหารสะสมไว้เลย เมื่อมันต้องการอาหารมันจึงจะออกไปหา ซึ่งบางครั้งถ้ามันหาอาหารไม่ได้มดแรงงานก็มีสิทธิ์ที่จะนำไข่อ่อนที่นำมาจากนางพญาสดๆ มาป้อนเป็นอาหารแก่พวกลูกอ่อนเหล่านั้น และบางทีนางพญามดเองก็ยังกินไข่ของมันเองถ้ามันเกิดหิวขึ้นมามากๆ ซึ่งนับว่ามดบูลด็อกนี้เป็นมดที่น่ากลัวมากทีเดียวคือ ตั้งแต่ยังเป็นตัวอ่อนก็กินเนื้อเสียแล้ว
มดตัวอ่อน...เมื่อถึงกำหนดฟักตัวกลายเป็นดักแด้ มดพี่เลี้ยงจะกุลีกุจอช่วย โดยนำเอาทรายและดินมาโปะลงบนตัวอ่อน ซึ่งนักสัตววิทยาสันนิษฐานว่า มันรู้กันว่าตัวอ่อนตัวไหนถึงกำหนดเวลาฟักตัวโดยการดมกลิ่นซึ่งมีปฏิกิริยาเคมีไม่เหมือนกัน เมื่อตัวอ่อนถูกโปะด้วยเศษดินแล้วมันก็จะพ่นใยจากปากคลุมตัวอ่อนไปหมด ประมาณ 2 เดือนให้หลัง ดักแด้ก็จะเปื่อย มดแรงงานก็จะช่วยกันกัดใย ช่วยให้สมาชิกใหม่ของมันเกิดเพิ่มขึ้นมาอีกมดบูลด็อกนี้ดุร้ายมาก คือ ถ้าหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในรังมันจะฆ่าสิ่งนั้นทันที และถ้าหากกินได้มันจะเก็บไว้เป็นอาหาร มดบูลด็อกฆ่าเหยื่อโดยใช้เขี้ยวจับและเอาเหล็กในที่มีพิษแทง...
นักสัตววิทยากล่าวว่า มดบูลด็อกตัวเมียกลับดุมากกว่ามดตัวผู้ คือ มันไม่เคยปล่อยให้ศัตรูรอดพ้นไปได้สักรายเดียว แต่ถ้าศัตรูแข็งแกร่งอย่างที่มันสู้ไม่ได้แน่ มดบูลด็อกก็จะมีหน่วยทหารออกมาสู้ขณะที่หน่วยพยาบาลจะลำเลียงไข่และตัวอ่อนหนีเข้าไปเก็บไว้ในส่วนลึกที่สุดของรัง (ในออสเตรเลียมักมีตัวกินมดเข้ามารุกรานเสมอ)นี่คือส่วนหนึ่งของชีวิตเล็กๆ แต่มากด้วยพิษสง ซึ่งถ้าคนเรารู้หน้าที่และเกิดมาเพื่อส่วนรวมอย่างมดแล้ว ประเทศชาติคงเจริญก้าวหน้าไปไกลกว่านี้แน่
หน้าคุณหนูวันนี้จะพาเด็กๆไปรู้จักกับมดเผ่าพันธุ์หนึ่งซึ่งมีอยู่ในทวีปออสเตรเลียและเป็นมดขนาดใหญ่มากคือมีลำตัวยาวประมาณ1 นิ้วสีแดงก้นดำคล้ายมดตะนอยแต่ตัวโตกว่ามากมันมีทั้งเหล็กในและเขี้ยวที่โง้งจนน่ากลัวมีชื่อเสียงทางด้านดุร้ายไม่แพ้มดทางทวีปแอฟริกา
นางพญามด มีหน้าที่ออกไข่ เพื่อเพิ่มจำนวนมดในรังให้มากขึ้น ซึ่งนอกจากนี้ยังมีมดตัวเมียเหมือนกัน แต่ยังไม่เข้าระดับเป็นนางพญา
ในปีหนึ่งๆ จะมี มดตัวผู้ เกิดมาสัก 2-3 ตัว ซึ่งมดตัวผู้นี้ดูแทบจะไม่มีค่าเอาเสียเลย มันจะมีโอกาสแย่งชิงกันจนเหลือเพียงตัวเดียวที่ได้ผสมพันธุ์กับนางพญาในรัง เมื่อมันได้ผสมพันธุ์แล้วมดตัวผู้ก็จะแห้งตายไป นางพญามดก็จะงอกปีกบินออกไปหาที่ใหม่แล้วซุกตัวอยู่ใต้ดินออกไข่ จนกว่ามีรังใหญ่เป็นอาณาจักรต่อไป
นางพญามดจะมีรูปร่างมหึมากว่ามดแรงงาน มันจะอยู่ในห้องโถง และออกไข่ทุกๆ ชั่วโมง โดยทะนุถนอม...ไข่ใบเล็กๆ สีขาวๆ จะถูกลำเลียงไปไว้ในห้องที่ขุดอุโมงค์เจาะถึงกัน ซึ่งจะมี มดพยาบาล ตัวขนาดย่อมคอยเฝ้าโยงดูแลอยู่แล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่าในรังเก็บไข่ของมดจะมีราบางชนิดขึ้น ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นการขับสารเคมีบางอย่างในตัวมดพยาบาลทำให้เกิดมีรา ซึ่งรานี้อาจมีผลในการฟักตัวของลูกมด คือช่วยรักษาอุณหภูมิและดูดความชื้นได้ มดพยาบาลไม่เอาไข่ไปไว้เฉยๆ แต่มันมีหน้าที่อีกอย่างคือคอยลำเลียงไข่ย้ายไปย้ายมาเพื่อให้ไข่ได้รับอุณหภูมิและการถ่ายเทของอากาศ
ไข่อ่อนของพวกมดบูลด็อกจะฟักเป็นตัว มีลักษณะเหมือนหนอน คือมีหัวแต่ไม่มีลูกตา จึงเป็นหน้าที่ของมดแรงงานที่จะต้องนำอาหารมาป้อน คืออาหารพวกแมลงหรืออาหารที่เป็นเนื้อ
มดบูลด็อกผิดกับมดชนิดอื่นที่มักขวนขวายหาอาหารและเสบียงเตรียมไว้ให้ลูกอ่อน แต่มดบูลด็อกจะไม่หาอาหารสะสมไว้เลย เมื่อมันต้องการอาหารมันจึงจะออกไปหา ซึ่งบางครั้งถ้ามันหาอาหารไม่ได้มดแรงงานก็มีสิทธิ์ที่จะนำไข่อ่อนที่นำมาจากนางพญาสดๆ มาป้อนเป็นอาหารแก่พวกลูกอ่อนเหล่านั้น และบางทีนางพญามดเองก็ยังกินไข่ของมันเองถ้ามันเกิดหิวขึ้นมามากๆ ซึ่งนับว่ามดบูลด็อกนี้เป็นมดที่น่ากลัวมากทีเดียวคือ ตั้งแต่ยังเป็นตัวอ่อนก็กินเนื้อเสียแล้ว
มดตัวอ่อน...เมื่อถึงกำหนดฟักตัวกลายเป็นดักแด้ มดพี่เลี้ยงจะกุลีกุจอช่วย โดยนำเอาทรายและดินมาโปะลงบนตัวอ่อน ซึ่งนักสัตววิทยาสันนิษฐานว่า มันรู้กันว่าตัวอ่อนตัวไหนถึงกำหนดเวลาฟักตัวโดยการดมกลิ่นซึ่งมีปฏิกิริยาเคมีไม่เหมือนกัน เมื่อตัวอ่อนถูกโปะด้วยเศษดินแล้วมันก็จะพ่นใยจากปากคลุมตัวอ่อนไปหมด ประมาณ 2 เดือนให้หลัง ดักแด้ก็จะเปื่อย มดแรงงานก็จะช่วยกันกัดใย ช่วยให้สมาชิกใหม่ของมันเกิดเพิ่มขึ้นมาอีกมดบูลด็อกนี้ดุร้ายมาก คือ ถ้าหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในรังมันจะฆ่าสิ่งนั้นทันที และถ้าหากกินได้มันจะเก็บไว้เป็นอาหาร มดบูลด็อกฆ่าเหยื่อโดยใช้เขี้ยวจับและเอาเหล็กในที่มีพิษแทง...
นักสัตววิทยากล่าวว่า มดบูลด็อกตัวเมียกลับดุมากกว่ามดตัวผู้ คือ มันไม่เคยปล่อยให้ศัตรูรอดพ้นไปได้สักรายเดียว แต่ถ้าศัตรูแข็งแกร่งอย่างที่มันสู้ไม่ได้แน่ มดบูลด็อกก็จะมีหน่วยทหารออกมาสู้ขณะที่หน่วยพยาบาลจะลำเลียงไข่และตัวอ่อนหนีเข้าไปเก็บไว้ในส่วนลึกที่สุดของรัง (ในออสเตรเลียมักมีตัวกินมดเข้ามารุกรานเสมอ)นี่คือส่วนหนึ่งของชีวิตเล็กๆ แต่มากด้วยพิษสง ซึ่งถ้าคนเรารู้หน้าที่และเกิดมาเพื่อส่วนรวมอย่างมดแล้ว ประเทศชาติคงเจริญก้าวหน้าไปไกลกว่านี้แน่
หน้าคุณหนูวันนี้จะพาเด็กๆไปรู้จักกับมดเผ่าพันธุ์หนึ่งซึ่งมีอยู่ในทวีปออสเตรเลียและเป็นมดขนาดใหญ่มากคือมีลำตัวยาวประมาณ1 นิ้วสีแดงก้นดำคล้ายมดตะนอยแต่ตัวโตกว่ามากมันมีทั้งเหล็กในและเขี้ยวที่โง้งจนน่ากลัวมีชื่อเสียงทางด้านดุร้ายไม่แพ้มดทางทวีปแอฟริกา
Post By admin Comments (0) View (57) 2009-12-28 00:30:03
หาเพื่อนมีสุข




