ม็อบไม่หยุดปี'53ชาติล่มจม
ม็อบไม่หยุดปี'53ชาติล่มจม
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- 21 ชั่วโมง 38 นาทีที่แล้ว
โต๊ะข่าวการเมือง
ผ่านมาแล้วขวบปีเต็มของรัฐบาล "เทพประทาน" รัฐบาลที่มี นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กุมบังเหียน
การแถลงผลงานครบรอบ 1 ปี ของรัฐบาลเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่องาน "12 เดือนรัฐบาล กว่า 60 ล้านความสุขของคนไทย" ไม่ว่าจะสวยหรูตามที่นายกฯ อภิสิทธิ์วาดภาพไว้แค่ไหน
ทว่า ไม่อาจปฏิเสธ "แก่นแท้" ของ "เนื้อผลงาน" ที่เป็นความจริงได้
เป็นธรรมดาอยู่เองที่รัฐบาลย่อมหยิบยกเรื่องที่ดีและประชาชนพึงพอใจ ออกมานำเสนออวดโชว์เป็นผลงาน
ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจ นำพาประเทศพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ
ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจ กำหนดยุทธศาสตร์บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน การรักษากำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจได้ผล
ไม่ว่าจะเป็นเสียงเป็นปลื้มกับการท่องเที่ยวฟื้นตกงานลดลง
ไม่ว่าจะเป็นเสียงเป็นปลื้มกับนโยบายเรียนฟรี 12 ปี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โฉนดชุมชน บ้านมั่นคง หรือกระทั่งการต่อยอด 5 มาตรการช่วยเหลือคนจน "น้ำฟรี-ไฟฟรี-รถเมล์ฟรี-รถไฟฟรี-อุ้มก๊าซแอลพีจี"
เป็นปลื้มถึงขนาดกล้าประกาศว่า ได้นำพาประเทศชาติก้าวข้ามพ้นวิกฤติเศรษฐกิจแล้ว
มั่นใจได้พลิกเปลี่ยนประเทศจากระบบ "ประชานิยม" สู่ระบบ "รัฐสวัสดิการ"
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงที่ปรากฏ รัฐบาลไม่อาจนำงานสำคัญ 4 เรื่องมาอวดอ้างเป็นผลงานได้
ไม่กล้าอวดอ้างเพราะงาน 4 เรื่องมีปัญหาและถูกตีแผ่ในเชิงลบต่อรัฐบาล ขณะที่ประชาชนก็รับรู้โดยธรรมชาติ
ประการหนึ่ง คือ ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นที่ปรากฏหลักฐานเด่นชัดที่มี "แกนนำรัฐบาล" และ "คนพรรคประชาธิปัตย์" เข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งปลากระป๋องเน่า ทุจริตโครงการไทยเข้มแข็ง โกงพอเพียง ขณะที่นายกฯ อภิสิทธิ์ทำได้แค่ลูบหน้าปะจมูกและซุกปัญหาไว้ใต้พรม
ประการหนึ่ง คือ ปัญหาไฟใต้ที่นโยบายรัฐยัง "วนในอ่าง" "ตาบอดคลำช้าง" ทั้งที่ทุ่มเจ้าหน้าที่ ทุ่มงบประมาณลงไปมหาศาล
ประการหนึ่ง คือ ปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ที่นับวันจะถอยร่น-ตกต่ำ เพียงเพราะรัฐบาล "ผิดแต่เริ่มต้น" ที่แต่งตั้ง นายกษิต ภิรมย์ ที่มีปัญหากับกัมพูชา เป็น รมว.ต่างประเทศ ประการหนึ่ง คือ ปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ ที่ยังไม่มีวี่แววที่รัฐบาลจะหาหนทางนำไปสู่ความปรองปี'53ชาติล่มจม
เป็น 4 ปัญหาที่ฉุดความเชื่อมั่นรัฐบาล บั่นทอนศรัทธานายกฯ อภิสิทธิ์ให้ตกต่ำ
โดยเฉพาะกับปัญหาความแตกแยกของสังคม นอกจากไม่มีแนวโน้มลดลง ยังปรากฏสัญญาณที่จะนำไปสู่การเปิด "สงครามกลางเมือง" รอบใหม่ในปี 2553 เป็นปัญหาความแตกแยกที่ไม่อาจโทษรัฐบาลเพียงลำพังได้
เพราะมีหลายปัจจัย มีหลายองค์ประกอบที่เป็น "ปมขัดแย้ง" ที่มี "เงื่อนไข" ยืนตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะกับคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่อาจเสนอเงื่อนไข "ถอยคนละก้าว" อย่างที่หลายฝ่ายต้องการได้ "เงื่อนไข" คำขาดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องการ ไม่ติดคุกในคดีทุจริต และไม่ถูกยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน
ขณะที่ "เงื่อนไข" ของสังคม พ.ต.ท.ทักษิณต้องติดคุกในคดีทุจริต ส่วนคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านให้เป็นไปตามการพิจารณาของกระบวนการศาล
เป็น "เงื่อนไข" ที่ยืนตรงกันข้าม สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
ตรงกันข้ามที่ไม่อาจนำ "ข้อเสนอ" ผลประโยชน์
ตรงกันข้ามที่ไม่อาจนำ "ข้อเสนอ" ผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ประเทศชาติมา "สมานฉันท์ปรองดอง" กันได้ "เงื่อนไข" ที่ "ยืนตรงกันข้าม" เช่นว่านี้ จึงเกิดการ "ขับเคลื่อน" เพื่อล้ม "รัฐบาลอภิสิทธิ์" ที่ยังดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง
แม้มีความพยายามจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ส่งสัญญาณขอ "เจรจา" เป็นระยะ ทว่าก็มีเสียงปฏิเสธออกมาเป็นระยะจากรัฐบาลเช่นเดียวกัน
ล่าสุดกับข่าวที่ว่า "พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์" องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมเป็นคนกลาง
เจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ
ทันใดนั้นก็มีเสียง "ต่อต้าน"แ ละ เสียง "สนับสนุน"จากทั้ง 2 ฝ่ายออกมาปะทะกันอย่างหนักหน่วง
ทว่า หลังสืบสาวราวเรื่องกลายเป็นแค่ความคลาดเคลื่อนข่าวสาร ที่มีการพัฒนามาแบบไม่ตั้งใจ จบลงโดยไม่มีอะไรในกอไผ่ รูดม่าน ปิดประตูคนกลางเจรจา
รูดม่าน ปิดประตูคนกลางเจรจา พลันที่ "ปิดประตูเจรจา" ก็มีเสียงตอบโต้ออกมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณอย่างทันที
พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ส่งสัญญาณความรุนแรง พร้อมเสียงข่มขู่ตบท้าย
"ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีจุดเดือดของมันอยู่" โดยสัญญาณข่มขู่ "จุดเดือด" ก็ปรากฏให้เห็นอย่างทันตา โดยที่หน่วยงานความมั่นคงตั้งตัวไม่ทัน
กองทัพเสื้อแดงกว่า 500 คน บุกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จี้ให้ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรฯ ดำเนินคดีกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในคดีบุกรุกที่ป่าสงวนเขายายเที่ยง พร้อมเผาโลงศพประท้วง
ต่อด้วยการบุก กกต. ฉี่รด เผาโลงศพประท้วง กกต.ที่ไม่ตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ในคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท
ปฏิบัติการตอกย้ำ "2 มาตรฐาน" ขณะที่ "เสื้อแดงกลุ่ม 24 มิถุนายน" ก็ออกมาประกาศชุมนุมใหญ่ที่สนามหลวง วันที่ 27-28 ธันวาคม 2552 อย่างไม่มีปี่-ไม่มีขลุ่ย
เร่งสถานการณ์เผาบ้าน-เผาเมืองรอบใหม่
เป็นการ "ขับเคลื่อน" ในระนาบเดียวกันกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง ที่ออกมาเปิดเผย "เอกสารลับ" ของกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีการ "ปั้นเรื่อง" มีแผนฆ่าทักษิณ และแผนทำรัฐประหารกัมพูชา
เปิดปฏิบัติการขายชาติ ชักศึกเข้าบ้าน เสี้ยมกัมพูชาทะเลาะไทย พร้อมกับการปรากฏภาพ นายยงยุทธ ติยะไพรัชและ นายจักรภพ เพ็ญแข 2 ขุนพลคู่ใจ ที่นั่งขนาบข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ วีดีโอลิงค์เข้ามางานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ของพรรคเพื่อไทย
พ.ต.ท.ทักษิณ ที่วีดีโอลิงค์ปลุกเร้าสมาชิกให้พร้อมกันออกมาทำสงครามแตกหักในปี 53
ปลุกเร้าเต็มที่ บิลด์อารมณ์ก่อความรุนแรง เปิดศึกสงครามแตกหักล้มอำนาจรัฐบาลอภิสิทธิ์
เป็นการเร่งเกม เพื่อเข้าสู่สงครามแตกหักเดิมพันชิงประเทศชาติ ภายใต้ 2 เงื่อนไขเพื่อผลประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว
ผลประโยชน์ที่ว่า คือ ไม่ติดคุก ไม่ถูกยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท
เป็น "วิกฤติบ้านเมือง" ที่อาจต้องฉิบหาย-ล่มจม ในปี 2553 เพียงเพื่อผลประโยชน์ "ทักษิณ" เพียงคนเดียว
ทว่า ไม่อาจปฏิเสธ "แก่นแท้" ของ "เนื้อผลงาน" ที่เป็นความจริงได้
เป็นธรรมดาอยู่เองที่รัฐบาลย่อมหยิบยกเรื่องที่ดีและประชาชนพึงพอใจ ออกมานำเสนออวดโชว์เป็นผลงาน
ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจ นำพาประเทศพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ
ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจ กำหนดยุทธศาสตร์บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน การรักษากำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจได้ผล
ไม่ว่าจะเป็นเสียงเป็นปลื้มกับการท่องเที่ยวฟื้นตกงานลดลง
ไม่ว่าจะเป็นเสียงเป็นปลื้มกับนโยบายเรียนฟรี 12 ปี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โฉนดชุมชน บ้านมั่นคง หรือกระทั่งการต่อยอด 5 มาตรการช่วยเหลือคนจน "น้ำฟรี-ไฟฟรี-รถเมล์ฟรี-รถไฟฟรี-อุ้มก๊าซแอลพีจี"
เป็นปลื้มถึงขนาดกล้าประกาศว่า ได้นำพาประเทศชาติก้าวข้ามพ้นวิกฤติเศรษฐกิจแล้ว
มั่นใจได้พลิกเปลี่ยนประเทศจากระบบ "ประชานิยม" สู่ระบบ "รัฐสวัสดิการ"
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงที่ปรากฏ รัฐบาลไม่อาจนำงานสำคัญ 4 เรื่องมาอวดอ้างเป็นผลงานได้
ไม่กล้าอวดอ้างเพราะงาน 4 เรื่องมีปัญหาและถูกตีแผ่ในเชิงลบต่อรัฐบาล ขณะที่ประชาชนก็รับรู้โดยธรรมชาติ
ประการหนึ่ง คือ ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นที่ปรากฏหลักฐานเด่นชัดที่มี "แกนนำรัฐบาล" และ "คนพรรคประชาธิปัตย์" เข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งปลากระป๋องเน่า ทุจริตโครงการไทยเข้มแข็ง โกงพอเพียง ขณะที่นายกฯ อภิสิทธิ์ทำได้แค่ลูบหน้าปะจมูกและซุกปัญหาไว้ใต้พรม
ประการหนึ่ง คือ ปัญหาไฟใต้ที่นโยบายรัฐยัง "วนในอ่าง" "ตาบอดคลำช้าง" ทั้งที่ทุ่มเจ้าหน้าที่ ทุ่มงบประมาณลงไปมหาศาล
ประการหนึ่ง คือ ปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ที่นับวันจะถอยร่น-ตกต่ำ เพียงเพราะรัฐบาล "ผิดแต่เริ่มต้น" ที่แต่งตั้ง นายกษิต ภิรมย์ ที่มีปัญหากับกัมพูชา เป็น รมว.ต่างประเทศ ประการหนึ่ง คือ ปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ ที่ยังไม่มีวี่แววที่รัฐบาลจะหาหนทางนำไปสู่ความปรองปี'53ชาติล่มจม
เป็น 4 ปัญหาที่ฉุดความเชื่อมั่นรัฐบาล บั่นทอนศรัทธานายกฯ อภิสิทธิ์ให้ตกต่ำ
โดยเฉพาะกับปัญหาความแตกแยกของสังคม นอกจากไม่มีแนวโน้มลดลง ยังปรากฏสัญญาณที่จะนำไปสู่การเปิด "สงครามกลางเมือง" รอบใหม่ในปี 2553 เป็นปัญหาความแตกแยกที่ไม่อาจโทษรัฐบาลเพียงลำพังได้
เพราะมีหลายปัจจัย มีหลายองค์ประกอบที่เป็น "ปมขัดแย้ง" ที่มี "เงื่อนไข" ยืนตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะกับคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่อาจเสนอเงื่อนไข "ถอยคนละก้าว" อย่างที่หลายฝ่ายต้องการได้ "เงื่อนไข" คำขาดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องการ ไม่ติดคุกในคดีทุจริต และไม่ถูกยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน
ขณะที่ "เงื่อนไข" ของสังคม พ.ต.ท.ทักษิณต้องติดคุกในคดีทุจริต ส่วนคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านให้เป็นไปตามการพิจารณาของกระบวนการศาล
เป็น "เงื่อนไข" ที่ยืนตรงกันข้าม สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
ตรงกันข้ามที่ไม่อาจนำ "ข้อเสนอ" ผลประโยชน์
ตรงกันข้ามที่ไม่อาจนำ "ข้อเสนอ" ผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ประเทศชาติมา "สมานฉันท์ปรองดอง" กันได้ "เงื่อนไข" ที่ "ยืนตรงกันข้าม" เช่นว่านี้ จึงเกิดการ "ขับเคลื่อน" เพื่อล้ม "รัฐบาลอภิสิทธิ์" ที่ยังดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง
แม้มีความพยายามจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ส่งสัญญาณขอ "เจรจา" เป็นระยะ ทว่าก็มีเสียงปฏิเสธออกมาเป็นระยะจากรัฐบาลเช่นเดียวกัน
ล่าสุดกับข่าวที่ว่า "พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์" องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมเป็นคนกลาง
เจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ
ทันใดนั้นก็มีเสียง "ต่อต้าน"แ ละ เสียง "สนับสนุน"จากทั้ง 2 ฝ่ายออกมาปะทะกันอย่างหนักหน่วง
ทว่า หลังสืบสาวราวเรื่องกลายเป็นแค่ความคลาดเคลื่อนข่าวสาร ที่มีการพัฒนามาแบบไม่ตั้งใจ จบลงโดยไม่มีอะไรในกอไผ่ รูดม่าน ปิดประตูคนกลางเจรจา
รูดม่าน ปิดประตูคนกลางเจรจา พลันที่ "ปิดประตูเจรจา" ก็มีเสียงตอบโต้ออกมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณอย่างทันที
พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ส่งสัญญาณความรุนแรง พร้อมเสียงข่มขู่ตบท้าย
"ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีจุดเดือดของมันอยู่" โดยสัญญาณข่มขู่ "จุดเดือด" ก็ปรากฏให้เห็นอย่างทันตา โดยที่หน่วยงานความมั่นคงตั้งตัวไม่ทัน
กองทัพเสื้อแดงกว่า 500 คน บุกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จี้ให้ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรฯ ดำเนินคดีกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในคดีบุกรุกที่ป่าสงวนเขายายเที่ยง พร้อมเผาโลงศพประท้วง
ต่อด้วยการบุก กกต. ฉี่รด เผาโลงศพประท้วง กกต.ที่ไม่ตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ในคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท
ปฏิบัติการตอกย้ำ "2 มาตรฐาน" ขณะที่ "เสื้อแดงกลุ่ม 24 มิถุนายน" ก็ออกมาประกาศชุมนุมใหญ่ที่สนามหลวง วันที่ 27-28 ธันวาคม 2552 อย่างไม่มีปี่-ไม่มีขลุ่ย
เร่งสถานการณ์เผาบ้าน-เผาเมืองรอบใหม่
เป็นการ "ขับเคลื่อน" ในระนาบเดียวกันกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง ที่ออกมาเปิดเผย "เอกสารลับ" ของกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีการ "ปั้นเรื่อง" มีแผนฆ่าทักษิณ และแผนทำรัฐประหารกัมพูชา
เปิดปฏิบัติการขายชาติ ชักศึกเข้าบ้าน เสี้ยมกัมพูชาทะเลาะไทย พร้อมกับการปรากฏภาพ นายยงยุทธ ติยะไพรัชและ นายจักรภพ เพ็ญแข 2 ขุนพลคู่ใจ ที่นั่งขนาบข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ วีดีโอลิงค์เข้ามางานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ของพรรคเพื่อไทย
พ.ต.ท.ทักษิณ ที่วีดีโอลิงค์ปลุกเร้าสมาชิกให้พร้อมกันออกมาทำสงครามแตกหักในปี 53
ปลุกเร้าเต็มที่ บิลด์อารมณ์ก่อความรุนแรง เปิดศึกสงครามแตกหักล้มอำนาจรัฐบาลอภิสิทธิ์
เป็นการเร่งเกม เพื่อเข้าสู่สงครามแตกหักเดิมพันชิงประเทศชาติ ภายใต้ 2 เงื่อนไขเพื่อผลประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว
ผลประโยชน์ที่ว่า คือ ไม่ติดคุก ไม่ถูกยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท
เป็น "วิกฤติบ้านเมือง" ที่อาจต้องฉิบหาย-ล่มจม ในปี 2553 เพียงเพื่อผลประโยชน์ "ทักษิณ" เพียงคนเดียว
Post By admin Comments (0) View (103) 2009-12-28 00:29:22
หาเพื่อนมีสุข




