บัวหลวงสานต่อเกษตรก้าวหน้า เน้นซัพพลายเชนบุกตลาดโลก
บัวหลวงสานต่อเกษตรก้าวหน้า เน้นซัพพลายเชนบุกตลาดโลก
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- 21 ชั่วโมง 25 นาทีที่แล้ว
"แบงก์บัวหลวง" ประกาศสานต่อโครงการเกษตรก้าวหน้าเป็นปีที่ 9 พร้อมให้การสนับสนุนสินเชื่อ และความรู้ด้านการบริหารจัดการ หวังเพิ่มปริมาณผลผลิต สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถเกษตรกรไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลก
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี 2544 ที่ธนาคารได้ริเริ่มโครงการเกษตรก้าวหน้า ด้วยการจัดตั้งทีมผู้ชำนาญการเข้ามาดูแลกลุ่มลูกค้าเกษตรไทยที่มีการทำเกษตรที่ดี เพื่อให้การสนับสนุนทั้งด้านการเงิน ความรู้ทางวิชาการ การจัดการงานด้านบริหารในการขยายขีดความสามารถ และเพิ่มคุณภาพผลผลิตให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งจะเป็นที่มาของรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นจากผลิตผลทางการเกษตรที่มีคุณภาพ โดยผลการดำเนินงานของโครงการจนถึงวันนี้ ยอดสินเชื่อในโครงการเกษตรก้าวหน้ามีมูลค่าถึง 10,000 ล้านบาท จากลูกค้าจำนวน 3,000 ราย ขณะที่วงเงินทั้งโครงการมี 10,000-15,000 ล้านบาท ส่วนยอดหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 3% ของสินเชื่อดังกล่าว สำหรับปี 2553 ธนาคารจะเน้นสนับสนุนสินเชื่อแก่ลูกค้าในลักษณะซัพพลายเชนที่อิงกับเอสเอ็มอี โดยธนาคารหวังจะเพิ่มลูกค้า 1,000 รายต่อปี
นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ช่วยประชาสัมพันธ์โดยผ่านทางการจัดนิทรรศการ การออกร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ที่หน้าสำนักงานใหญ่ ซึ่งถือเป็นงานที่ธนาคารได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ขณะเดียวกันยังได้นำคณะสื่อมวลชนเข้าไปเยี่ยมชมและร่วมสนทนากับลูกค้าที่ประสบความสำเร็จ 4 ราย นอกสถานที่ในจังหวัดเชียงราย ได้แก่ สวนส้มเอกลักษณ์ ของคุณเสาวลักษณ์ อานุภาวธรรม จรัลฟาร์ม ของ ดร.จรัล ไชยองค์การ สวนดอกไม้เมืองหนาว ของคุณจำรัส แซ่จัง และไร่ชาฉุยฟง ของคุณทวี วนัสพิทักษกุล
สวนส้มสายน้ำผึ้งเอกลักษณ์
แรกเริ่มเดิมที "คุณเสาวลักษณ์ อานุภาวธรรม" ประกอบอาชีพค้าส่ง ผลไม้ตามฤดูกาลเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับที่ปากคลองตลาดตั้งแต่ปี 2525-2536 เดิมทีเป็นชาวอำเภอแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ก่อนมาแต่งงานกับคุณสุภกิจ เกียรติพัฒนกุล ซึ่งเป็นชาวสวนที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จึงผันตัวเองไปเป็นชาวสวนโดยเริ่มจากความรู้แค่ "ศูนย์" และมีเนื้อที่เพียงไม่กี่ไร่ต่อมาในปี พ.ศ.2529 ได้ซื้อสวนส้มเขียวหวาน ที่อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี กิจการสวนส้มประสบความสำเร็จด้วยดี แต่เนื่องจากในช่วงปี พ.ศ.2544 เริ่มมีปัญหาเรื่องโรคระบาดในสวนส้มทุ่งแถบรังสิตจนถึงจังหวัดสระบุรี จึงย้ายไปปลูกส้มสายน้ำผึ้ง ที่อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ในช่วงปี พ.ศ.2545 ถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลองผิดลองถูกตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เธอยอมรับว่าท้อแต่ไม่เคยคิดถอย จนปัจจุบันเจ้าของสวนส้มเอกลักษณ์แห่งนี้สามารถพัฒนาจนปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 1,000 ไร่ ซึ่งสามารถเก็บผลผลิตได้ตั้งแต่ 9-12 เดือน หรือแทบตลอดทั้งปี มีการนำเทคโนโลยีด้านการเกษตรต่างๆ มาใช้ เช่น การรดน้ำและยาด้วยระบบสติ๊กเกอร์ โดยมีแหล่งน้ำมาจากหนองน้ำของหลวง และใช้ปุ๋ยสูตรพิเศษเพื่อให้ส้มมีรสชาติที่หวาน
จุดเด่นของสวนเอกลักษณ์จะเน้นการบริหารจัดการสวนส้มที่ดี โดยสร้างสวนส้มสายน้ำผึ้งในระบบยกร่อง มีการให้ปุ๋ย และยาในระบบสติ๊กเกอร์ที่สมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ที่สั่งสมมา ทำให้สามารถกำหนดผลผลิตส้มให้ออกผลในช่วงนอกฤดูกาลปกติได้อย่างมีคุณภาพ และมีรสชาติดี โดยต้นส้มมีอายุ 7 ปี นอกจากนี้ยังมีโรงงาน เครื่องคัดกรองส้ม เครื่องเคลือบเงาส้ม ติดสติ๊กเกอร์ และมีแพ็กเกจเป็นของตัวเองด้วย แต่สิ่งที่เธอเป็นกังวลมากคือส้มจากประเทศจีนที่เริ่มเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย จึงอยากให้คนไทยอุดหนุนผลไม้ไทยให้มากๆ
ชิมปลาบึกที่จรัลฟาร์ม
ดร.จรัล ไชยองค์การ ปัจจุบันอายุ 72 ปี ทำฟาร์มแบบผสมผสานที่ประกอบด้วยฟาร์มเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ เลี้ยงปลา และโคเนื้อ ขนาดฟาร์มเนื้อที่รวม 350 ไร่ ดำเนินการมานานกว่า 30 ปี ภายหลังการเกษียณจากอาชีพราชการครู โดยตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคี วิทยาคม (โรงเรียนประจำจังหวัด) แล้วเริ่มมาทำฟาร์มขนาดครัวเรือนที่ อำเภอเมืองเชียงราย ต่อมาปี พ.ศ.2517 ได้ย้ายฟาร์มไปลงทุนที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย จนกระทั่งปี พ.ศ.2522 ได้ย้ายฟาร์มมาที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย จนถึงปัจจุบัน ซึ่งการดำเนินงานผ่านมาเติบโตด้วยดีมีรางวัลการันตีต่างๆ มากมาย
สำหรับจุดเด่นของจรัลฟาร์มคือ การที่เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ในการพัฒนาการเลี้ยงปลาบึกในระบบปิด ด้วยลักษณะปลาบึกเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ การเพาะเลี้ยงต้องใช้ข้อมูลเชิงวิชาการประกอบความชำนาญและประสบการณ์สูง นอกจากนี้ยังเป็นผู้ริเริ่มเลี้ยงปลานิล ปลาสวาย ปลาไน ปลาเทพา ปลาตะเพียน ปลาบู่ ปลาดุก และปลาบึก ปัจจุบันมีเนื้อที่บ่อปลาประมาณ 320 ไร่ จนประสบความสำเร็จในการเลี้ยงปลาบึกเชิงพาณิชย์ได้ โดยปลาบึกที่ส่งขายจะมีอายุประมาณ 5 ปี น้ำหนักประมาณ 20-30 กิโลกรัม ซึ่งถ้าเทียบกับขนาดโดยทั่วไปถือว่าไม่ใหญ่มาก เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าปลาบึกสดที่ใช้วันต่อวัน โดยระดับราคาหน้าฟาร์ม ณ ปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท แต่ถ้าหากหั่นเป็นชิ้นจะตกกิโลกรัมละ 150 บาท
ส่วนฟาร์มไก่ไข่ ถือเป็นฟาร์มผู้ผลิตไข่ไก่ที่ได้รับการยอมรับจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้การรับรองมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ของประเทศไทย มี Capacity 60,000 ตัว ปัจจุบันทำการเลี้ยงหมุนเวียนและให้ผลผลิตตลอดปี ประมาณ 50,000 ตัว แบ่งเป็นโรงเรือนแบบ Evap 2 โรงเรือน และโรงเรือนบนบ่อปลาอีก 9 โรงเรือน ให้ผลผลิตโดยเฉลี่ย ประมาณ 70-80% ต่อวัน ด้านการตลาด มีการขายส่งและขายปลีกในอำเภอใกล้เคียง กลุ่มโรงแรมตัวเมืองเชียงราย โรงเรียน ร้านทำขนมปัง ฯลฯ สำหรับแม่ไก่ไข่ที่ปลดระวาง ขายตัวละ 70-75 บาท ซึ่งจะมีพ่อค้ามารับซื้อหน้าฟาร์ม
ดอกไม้เมืองหนาว-ดาวจำรัสแสง
คุณจำรัส แซ่จัง ได้สืบทอดกิจการมาจากบิดามารดาตั้งแต่อายุ 16 ปี ในการค้าขายทั่วไป เดินทางไปมาระหว่างเชียงราย-กรุงเทพมหานคร ต่อมาได้ไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน ศึกษาด้านการผลิตและการเพาะปลูกกล้าเนื้อเยื่อ กล้าพันธุ์ และเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ตลอดจนศึกษาด้านการตลาดไม้ตัดดอกที่ประเทศไต้หวัน ในปี พ.ศ.2535 ได้กลับประเทศไทย เริ่มทดลองปลูกพันธุ์ไม้ดอกบนพื้นที่ของตนเอง และบริเวณดอยหัวแม่คำเพื่อส่งจำหน่ายในท้องถิ่นและอำเภอใกล้เคียง ปรากฏว่าธุรกิจประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จึงได้เริ่มมีการขอซื้อที่ดิน และมาเป็นลูกค้าธนาคารกรุงเทพ สาขาแม่จัน ในปี พ.ศ.2537 มีประสบการณ์การดำเนินธุรกิจ ดังนี้ จัดตั้งตลาดประมูลไม้ดอก ริเริ่มสั่งซื้อพันธุ์ไม้ดอกจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายและขยายตลาดไปยังปากคลองตลาด เป็นต้น
จิบชาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ฉุยฟง
คุณทวี วนัสพิทักษกุล เดิมอาศัยอยู่บนดอยหัวแม่คำ บ้านพญาไพรลิทู อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน เดิมมีอาชีพทำไร่ชาอัสสัมมานานตั้งแต่เป็นหนุ่ม และทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่การทำสวนชากลับประสบความสำเร็จ ด้วยพื้นที่เพาะปลูกบนบ้าน
พญาไพร จำนวน 380 ไร่ ประกอบด้วย ชาเขียว จำนวน 110 ไร่ ชาอูหลงเบอร์ 12 จำนวน 250 ไร่ และชาอูหลงก้านอ่อน จำนวน 20 ไร่ แต่เนื่องจากบ้านพญาไพรมีเนื้อที่จำกัด ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการเมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้นำของตลาด ทำให้ในปี พ.ศ.2549 จึงได้ขยายการลงทุนบนพื้นที่ใหม่ที่บ้าน คณะสื่อมวลชนเหินฟ้าไปศึกษาดูงาน ณ แม่สลองบน โดยมีพื้นที่เพาะปลูกจำนวน 400 ไร่ แบ่งเป็นชาอูหลง เบอร์ 12 จำนวน 120 ไร่ และชาอูหลงก้านอ่อน จำนวน 280 ไร่ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 11-15 ก.ค.ที่
โดยปัจจุบันนี้มีไร่ชาพันธุ์ดีกว่า 780 ไร่ บนพื้นที่บ้านพญาไพร ตำบลผ่านมา โดยมี นางมุกดา พันธุ์สมบัติ เทิดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ปลูกพันธุ์ชาเขียว ชาอู่หลง โดยเริ่มต้นด้วยการเพาะพันธุ์ชา คัดเลือกเฉพาะต้นกล้าที่แข็งแรงลงปลูก
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดูแล บำรุงรักษาต้นชาให้เจริญเติบโตแตกยอดอ่อนอย่างสมบูรณ์ด้วยปุ๋ยอุตสาหกรรม และผู้บริหารระดับสูงร่วมนำชีวภาพที่ได้คิดค้นและผลิตตามหลักการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจากวัตถุดิบชั้นดี คือในทุกๆ ขั้นตอนการปลูกปราศจากสารเคมีทุกชนิด ทำให้ผู้บริโภคมีทีมในครั้งนี้ด้วย เมืองโอตะถือเป็น 1 ใน
ความเชื่อมั่นในคุณภาพ และปลอดภัยต่อสุขภาพ อีกทั้งมีเครื่องจักรอันทัน23 เมืองที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น ที่มีผู้สมัยจากประเทศไต้หวันมาช่วยในด้านเทคนิคผลิตชาแห้ง ส่งผลให้บริษัทได้รับรางวัลผลิตใบชาคุณภาพดีเด่นจากหลายสถาบันมากมาย อาทิ รางวัลชนะเลิศการประกวดใบชาอูหลงคุณภาพยอดเยี่ยม ได้รับพระราชทานจาก ฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลชาอู่หลง จากการประกวดชาโลกประเทศญี่ปุ่น โดยจะเดินทางไปรับรางวัลในเดือนมกราคม พ.ศ.2553 ซึ่งเป็นบริษัทแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ด้านแหล่งจำหน่ายมีดังนี้ ชาอู่หลง จำหน่ายในประเทศ 20% ต่างประเทศ 50% ตลาดเป้าหมาย คือ ประเทศไต้หวัน เช่น บริษัท ซื่อฟง (ไต้หวัน) จำกัด เป็นต้น และชาเขียว จำหน่ายในประเทศ 30% ตลาดเป้าหมาย คือ บริษัทผู้ผลิตชาเพื่อสุขภาพ เช่น บริษัท โออิชิ เทรดดิ้ง จำกัด เป็นต้น
นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ช่วยประชาสัมพันธ์โดยผ่านทางการจัดนิทรรศการ การออกร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ที่หน้าสำนักงานใหญ่ ซึ่งถือเป็นงานที่ธนาคารได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ขณะเดียวกันยังได้นำคณะสื่อมวลชนเข้าไปเยี่ยมชมและร่วมสนทนากับลูกค้าที่ประสบความสำเร็จ 4 ราย นอกสถานที่ในจังหวัดเชียงราย ได้แก่ สวนส้มเอกลักษณ์ ของคุณเสาวลักษณ์ อานุภาวธรรม จรัลฟาร์ม ของ ดร.จรัล ไชยองค์การ สวนดอกไม้เมืองหนาว ของคุณจำรัส แซ่จัง และไร่ชาฉุยฟง ของคุณทวี วนัสพิทักษกุล
สวนส้มสายน้ำผึ้งเอกลักษณ์
แรกเริ่มเดิมที "คุณเสาวลักษณ์ อานุภาวธรรม" ประกอบอาชีพค้าส่ง ผลไม้ตามฤดูกาลเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับที่ปากคลองตลาดตั้งแต่ปี 2525-2536 เดิมทีเป็นชาวอำเภอแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ก่อนมาแต่งงานกับคุณสุภกิจ เกียรติพัฒนกุล ซึ่งเป็นชาวสวนที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จึงผันตัวเองไปเป็นชาวสวนโดยเริ่มจากความรู้แค่ "ศูนย์" และมีเนื้อที่เพียงไม่กี่ไร่ต่อมาในปี พ.ศ.2529 ได้ซื้อสวนส้มเขียวหวาน ที่อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี กิจการสวนส้มประสบความสำเร็จด้วยดี แต่เนื่องจากในช่วงปี พ.ศ.2544 เริ่มมีปัญหาเรื่องโรคระบาดในสวนส้มทุ่งแถบรังสิตจนถึงจังหวัดสระบุรี จึงย้ายไปปลูกส้มสายน้ำผึ้ง ที่อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ในช่วงปี พ.ศ.2545 ถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลองผิดลองถูกตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เธอยอมรับว่าท้อแต่ไม่เคยคิดถอย จนปัจจุบันเจ้าของสวนส้มเอกลักษณ์แห่งนี้สามารถพัฒนาจนปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 1,000 ไร่ ซึ่งสามารถเก็บผลผลิตได้ตั้งแต่ 9-12 เดือน หรือแทบตลอดทั้งปี มีการนำเทคโนโลยีด้านการเกษตรต่างๆ มาใช้ เช่น การรดน้ำและยาด้วยระบบสติ๊กเกอร์ โดยมีแหล่งน้ำมาจากหนองน้ำของหลวง และใช้ปุ๋ยสูตรพิเศษเพื่อให้ส้มมีรสชาติที่หวาน
จุดเด่นของสวนเอกลักษณ์จะเน้นการบริหารจัดการสวนส้มที่ดี โดยสร้างสวนส้มสายน้ำผึ้งในระบบยกร่อง มีการให้ปุ๋ย และยาในระบบสติ๊กเกอร์ที่สมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ที่สั่งสมมา ทำให้สามารถกำหนดผลผลิตส้มให้ออกผลในช่วงนอกฤดูกาลปกติได้อย่างมีคุณภาพ และมีรสชาติดี โดยต้นส้มมีอายุ 7 ปี นอกจากนี้ยังมีโรงงาน เครื่องคัดกรองส้ม เครื่องเคลือบเงาส้ม ติดสติ๊กเกอร์ และมีแพ็กเกจเป็นของตัวเองด้วย แต่สิ่งที่เธอเป็นกังวลมากคือส้มจากประเทศจีนที่เริ่มเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย จึงอยากให้คนไทยอุดหนุนผลไม้ไทยให้มากๆ
ชิมปลาบึกที่จรัลฟาร์ม
ดร.จรัล ไชยองค์การ ปัจจุบันอายุ 72 ปี ทำฟาร์มแบบผสมผสานที่ประกอบด้วยฟาร์มเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ เลี้ยงปลา และโคเนื้อ ขนาดฟาร์มเนื้อที่รวม 350 ไร่ ดำเนินการมานานกว่า 30 ปี ภายหลังการเกษียณจากอาชีพราชการครู โดยตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคี วิทยาคม (โรงเรียนประจำจังหวัด) แล้วเริ่มมาทำฟาร์มขนาดครัวเรือนที่ อำเภอเมืองเชียงราย ต่อมาปี พ.ศ.2517 ได้ย้ายฟาร์มไปลงทุนที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย จนกระทั่งปี พ.ศ.2522 ได้ย้ายฟาร์มมาที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย จนถึงปัจจุบัน ซึ่งการดำเนินงานผ่านมาเติบโตด้วยดีมีรางวัลการันตีต่างๆ มากมาย
สำหรับจุดเด่นของจรัลฟาร์มคือ การที่เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ในการพัฒนาการเลี้ยงปลาบึกในระบบปิด ด้วยลักษณะปลาบึกเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ การเพาะเลี้ยงต้องใช้ข้อมูลเชิงวิชาการประกอบความชำนาญและประสบการณ์สูง นอกจากนี้ยังเป็นผู้ริเริ่มเลี้ยงปลานิล ปลาสวาย ปลาไน ปลาเทพา ปลาตะเพียน ปลาบู่ ปลาดุก และปลาบึก ปัจจุบันมีเนื้อที่บ่อปลาประมาณ 320 ไร่ จนประสบความสำเร็จในการเลี้ยงปลาบึกเชิงพาณิชย์ได้ โดยปลาบึกที่ส่งขายจะมีอายุประมาณ 5 ปี น้ำหนักประมาณ 20-30 กิโลกรัม ซึ่งถ้าเทียบกับขนาดโดยทั่วไปถือว่าไม่ใหญ่มาก เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าปลาบึกสดที่ใช้วันต่อวัน โดยระดับราคาหน้าฟาร์ม ณ ปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท แต่ถ้าหากหั่นเป็นชิ้นจะตกกิโลกรัมละ 150 บาท
ส่วนฟาร์มไก่ไข่ ถือเป็นฟาร์มผู้ผลิตไข่ไก่ที่ได้รับการยอมรับจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้การรับรองมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ของประเทศไทย มี Capacity 60,000 ตัว ปัจจุบันทำการเลี้ยงหมุนเวียนและให้ผลผลิตตลอดปี ประมาณ 50,000 ตัว แบ่งเป็นโรงเรือนแบบ Evap 2 โรงเรือน และโรงเรือนบนบ่อปลาอีก 9 โรงเรือน ให้ผลผลิตโดยเฉลี่ย ประมาณ 70-80% ต่อวัน ด้านการตลาด มีการขายส่งและขายปลีกในอำเภอใกล้เคียง กลุ่มโรงแรมตัวเมืองเชียงราย โรงเรียน ร้านทำขนมปัง ฯลฯ สำหรับแม่ไก่ไข่ที่ปลดระวาง ขายตัวละ 70-75 บาท ซึ่งจะมีพ่อค้ามารับซื้อหน้าฟาร์ม
ดอกไม้เมืองหนาว-ดาวจำรัสแสง
คุณจำรัส แซ่จัง ได้สืบทอดกิจการมาจากบิดามารดาตั้งแต่อายุ 16 ปี ในการค้าขายทั่วไป เดินทางไปมาระหว่างเชียงราย-กรุงเทพมหานคร ต่อมาได้ไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน ศึกษาด้านการผลิตและการเพาะปลูกกล้าเนื้อเยื่อ กล้าพันธุ์ และเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ตลอดจนศึกษาด้านการตลาดไม้ตัดดอกที่ประเทศไต้หวัน ในปี พ.ศ.2535 ได้กลับประเทศไทย เริ่มทดลองปลูกพันธุ์ไม้ดอกบนพื้นที่ของตนเอง และบริเวณดอยหัวแม่คำเพื่อส่งจำหน่ายในท้องถิ่นและอำเภอใกล้เคียง ปรากฏว่าธุรกิจประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จึงได้เริ่มมีการขอซื้อที่ดิน และมาเป็นลูกค้าธนาคารกรุงเทพ สาขาแม่จัน ในปี พ.ศ.2537 มีประสบการณ์การดำเนินธุรกิจ ดังนี้ จัดตั้งตลาดประมูลไม้ดอก ริเริ่มสั่งซื้อพันธุ์ไม้ดอกจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายและขยายตลาดไปยังปากคลองตลาด เป็นต้น
จิบชาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ฉุยฟง
คุณทวี วนัสพิทักษกุล เดิมอาศัยอยู่บนดอยหัวแม่คำ บ้านพญาไพรลิทู อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน เดิมมีอาชีพทำไร่ชาอัสสัมมานานตั้งแต่เป็นหนุ่ม และทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่การทำสวนชากลับประสบความสำเร็จ ด้วยพื้นที่เพาะปลูกบนบ้าน
พญาไพร จำนวน 380 ไร่ ประกอบด้วย ชาเขียว จำนวน 110 ไร่ ชาอูหลงเบอร์ 12 จำนวน 250 ไร่ และชาอูหลงก้านอ่อน จำนวน 20 ไร่ แต่เนื่องจากบ้านพญาไพรมีเนื้อที่จำกัด ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการเมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้นำของตลาด ทำให้ในปี พ.ศ.2549 จึงได้ขยายการลงทุนบนพื้นที่ใหม่ที่บ้าน คณะสื่อมวลชนเหินฟ้าไปศึกษาดูงาน ณ แม่สลองบน โดยมีพื้นที่เพาะปลูกจำนวน 400 ไร่ แบ่งเป็นชาอูหลง เบอร์ 12 จำนวน 120 ไร่ และชาอูหลงก้านอ่อน จำนวน 280 ไร่ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 11-15 ก.ค.ที่
โดยปัจจุบันนี้มีไร่ชาพันธุ์ดีกว่า 780 ไร่ บนพื้นที่บ้านพญาไพร ตำบลผ่านมา โดยมี นางมุกดา พันธุ์สมบัติ เทิดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ปลูกพันธุ์ชาเขียว ชาอู่หลง โดยเริ่มต้นด้วยการเพาะพันธุ์ชา คัดเลือกเฉพาะต้นกล้าที่แข็งแรงลงปลูก
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดูแล บำรุงรักษาต้นชาให้เจริญเติบโตแตกยอดอ่อนอย่างสมบูรณ์ด้วยปุ๋ยอุตสาหกรรม และผู้บริหารระดับสูงร่วมนำชีวภาพที่ได้คิดค้นและผลิตตามหลักการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจากวัตถุดิบชั้นดี คือในทุกๆ ขั้นตอนการปลูกปราศจากสารเคมีทุกชนิด ทำให้ผู้บริโภคมีทีมในครั้งนี้ด้วย เมืองโอตะถือเป็น 1 ใน
ความเชื่อมั่นในคุณภาพ และปลอดภัยต่อสุขภาพ อีกทั้งมีเครื่องจักรอันทัน23 เมืองที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น ที่มีผู้สมัยจากประเทศไต้หวันมาช่วยในด้านเทคนิคผลิตชาแห้ง ส่งผลให้บริษัทได้รับรางวัลผลิตใบชาคุณภาพดีเด่นจากหลายสถาบันมากมาย อาทิ รางวัลชนะเลิศการประกวดใบชาอูหลงคุณภาพยอดเยี่ยม ได้รับพระราชทานจาก ฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลชาอู่หลง จากการประกวดชาโลกประเทศญี่ปุ่น โดยจะเดินทางไปรับรางวัลในเดือนมกราคม พ.ศ.2553 ซึ่งเป็นบริษัทแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ด้านแหล่งจำหน่ายมีดังนี้ ชาอู่หลง จำหน่ายในประเทศ 20% ต่างประเทศ 50% ตลาดเป้าหมาย คือ ประเทศไต้หวัน เช่น บริษัท ซื่อฟง (ไต้หวัน) จำกัด เป็นต้น และชาเขียว จำหน่ายในประเทศ 30% ตลาดเป้าหมาย คือ บริษัทผู้ผลิตชาเพื่อสุขภาพ เช่น บริษัท โออิชิ เทรดดิ้ง จำกัด เป็นต้น
Post By admin Comments (0) View (154) 2009-12-28 00:29:11
หาเพื่อนมีสุข




