“พระองค์โสม” ทรงพระสำราญ พา “ท่านแม่ และคุณน้ำผึ้ง” เยือนเมืองนักปราชญ์
“พระองค์โสม” ทรงพระสำราญ พา “ท่านแม่ และคุณน้ำผึ้ง” เยือนเมืองนักปราชญ์
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พุธที่ 2 ธันวาคม 2009 10:14:24 น.
“พระองค์โสม” ทรงพระสำราญ พา “ท่านแม่ และคุณน้ำผึ้ง” เยือนเมืองนักปราชญ์
ถือว่าเป็นธรรมเนียมของรายการ “เที่ยวละไม...ไทยแลนด์เวิลด์” ไปแล้ว ที่ผู้บริหาร บริษัท ฮันนี่ แอนด์ เฟรนด์ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด “คุณน้ำผึ้ง” ม.ล.สราลี กิติ ยากร ได้กราบทูลเชิญ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พร้อมด้วย “ท่านแม่” ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร เสด็จร่วมบันทึกเทปรายการ เป็นประจำทุกปี
ปีนี้นับเป็นปีที่ 5 แล้วที่ได้เสด็จตามคำทูลเชิญ โดยในการนี้ได้ทรงเสด็จประพาส ณ จังหวัดอุบลราชธานี จุดหมายแรกที่ทรงเสด็จในครั้งนี้ คือ การทอดพระเนตรสัมผัสชม ความสวยงามร่มรื่นของ สวนสิรินธร และทอดพระเนตรประติมากรรมรูปปั้นช้าง 3 เชือก เล่นดนตรีไทย ตีระนาด, เป่าขลุ่ย และสีซอ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสที่ทรงมีพระ ชนมายุ 36 พรรษา
จากนั้นเสด็จไปยัง ชมรมอนุรักษ์พันธุ์ม้าพื้นบ้านสิรินธร ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นสถานที่อนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านของไทย ที่ยังคงหลงเหลือไม่มากใน ปัจจุบัน ทรงทอดพระเนตรฝูงม้าพันธุ์พื้นบ้านของไทย, สาธิตการฝึกม้า และกิจกรรม “อาชาบำบัด” สำหรับเด็กออทิสติก โดยการนำเอาม้าพันธุ์พื้นบ้านที่ได้คัดเลือกแล้วมา ช่วยเสริมสร้างการพัฒนาการให้กับเด็กออทิสติก พร้อมทั้งยังได้ทรงพระดำเนินทอดพระเนตรลูกม้าเกิดใหม่ และลูกม้ากำพร้า
ในโอกาสนี้ทรงประทานชื่อให้กับลูกม้าทั้ง 2 ตัวด้วยว่า “ขวัญใจ” และ “ขวัญตา” จากชมรมอนุรักษ์พันธุ์ม้าพื้นบ้านสิรินธร คุณน้ำผึ้งได้กราบทูลเชิญพระองค์หญิง และท่านแม่ เสด็จประทับเรือที่นั่ง เพื่อล่องชมทัศนียภาพยามเย็นภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธร ซึ่งเป็นเขื่อนเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ ที่ให้ประโยชน์ทางด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า การ พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ตลอดจนทั้งทางด้านชลประทาน, การป้องกันอุทกภัย, การประมง และการท่องเที่ยว
เช้าวันใหม่ พระองค์หญิงทรงรถยนต์ด้วยพระองค์เองไปยัง อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย เพื่อทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์จากลูกหมากจองของกลุ่มแม่บ้านฯ และ เสด็จทอดพระเนตรทัศนียภาพของน้ำตกห้วยหลวง หรือน้ำตกบักเตว เป็นน้ำตกขนาดใหญ่อยู่ท่ามกลางป่าทึบที่อุดมสมบูรณ์ มีความสูงถึง 45 เมตร ก่อนจะเสด็จต่อยังน้ำตกสรา ลีภิรมย์ ซึ่งเป็นน้ำตกที่เพิ่งค้นพบใหม่ โดยได้ตั้งชื่อน้ำตกเป็นชื่อเดียวกับคุณน้ำผึ้ง ในการนี้ได้สร้างความประหลาดพระทัยต่อพระองค์หญิง และท่านแม่เป็นอย่างยิ่ง ระหว่าง ทางไปน้ำตกจะผ่านจุดท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งนั่นก็คือ แก่งกะเลา มีลักษณะเป็นแก่งหินที่มีธารน้ำไหลผ่านเป็นบริเวณกว้างและที่หมายต่อไปอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อ. โขงเจียม ซึ่งเป็นแก่งที่ใหญ่ที่สุดที่ไหลลงสู่ลำน้ำมูล
งานนี้คุณน้ำผึ้งได้สร้างความเซอร์ไพรส์ด้วยการแสดงร้องรำเพลงมาเดอล่า ถวายหน้าพระพักตร์พระองค์หญิงและท่านแม่ด้วย ซึ่งพระองค์หญิงและท่านแม่ได้ทรงพระสรวลเป็น ที่ทรงพระสำราญยิ่ง ก่อนจะทอดพระเนตรต่อยังน้ำตกแสงจันทร์หรือน้ำตกลงรู ที่มีสายน้ำไหลตกลงมาจากโพรงหิน หากแสงแดดสาดส่องลงมาได้องศากับช่องหินแล้ว ก็จะเห็น สายน้ำส่องประกายคล้ายแสงจันทร์ ต่อด้วยเสด็จยังทุ่งดอกไม้ป่าหลากหลายชนิด บริเวณน้ำตกสร้อยสวรรค์
หลังจากได้ชมความสวยงามของทุ่งดอกไม้แล้ว พระองค์หญิงทรงเป็นไกด์กิตติมศักดิ์พาท่านแม่ และ คุณน้ำผึ้งไปลัดเลาะริมแม่น้ำโขง สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านท่าล้ง ทรงทอดพระเนตรงานหัตถกรรมจักสาน, ดนตรีพื้นบ้าน และอาหารพื้นบ้าน ชาวบ้านท่าล้งเป็นชุมชนชาวบรู หรือ ชาวเขมรที่อาศัยอยู่ในประเทศลาว และได้อพยพหนีการปกครองของฝรั่งเศสมาตั้งรกรากในประเทศไทย วัฒนธรรมและภาษาของชุมชนแห่งนี้จึงมีความแตกต่างกับชาวไทย อีสาน โดยยังคงความเป็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งชาวบรูจะมีความชำนาญในเรื่องการจักสานกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ
ก่อนจะปิดทริปในการเสด็จเยือนจังหวัดอุบลราชธานี ที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ทรงเสด็จทอดพระเนตรกลุ่มภาพเขียนสีโบราณก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 3,000- 4,000 ปี ที่อยู่กระจัดกระจายตามผนังหน้าผาหินที่มีความยาวทั้งสิ้น 180 เมตร และที่ทรงยืนทอดพระเนตรอยู่นาน จะเป็นที่ภาพเขียนกลุ่มที่ 2 เพราะมีความโดดเด่นมากที่ สุด แต่ที่ทรงโปรดเห็นจะเป็นการที่ได้ทรงทอดพระเนตรพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าที่บริเวณลานผาแต้ม และทรงฉายพระรูปพร้อมด้วยท่านแม่และคุณน้ำผึ้ง นับว่าเป็นภาพแห่ง ความปิติ และความประทับใจที่หาชมได้ยากยิ่ง